ประวัติ จ่าตุ่ม มีดเทวดา

ประวัติ จ่าตุ่ม มีดเทวดา

ดาบตำรวจ ไพโรจน์ ทิมแท้ (จ่าตุ่ม)

ผู้ขีดเส้นใต้ให้ชีวิตตนเองหันเหออกจากราชการมุ่งสู่ถนนสายศิลปิน

“จ่าตุ่ม” ลืมตาดูโลกบนผืนดินไทยที่จังหวัดเพชรบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2492 จนเติบใหญ่เข้าสู่วัยฉกรรจ์ ได้เข้ารับราชการอยู่ในหน่วยที่เรียกว่า หน่วยปฏิบัติการพิเศษ รุ่นที่ 10 เริ่มจากการเป็น พลตำรวจ สำรองพิเศษในช่วงนั้นได้ออกปฏิบัติหน้าที่ราชการปราบปรามผู้ก่อการร้าย  ไม่ว่าจะเป็นสมรภูมิ ทุ่งช้าง จังหวัดน่าน, สมรภูมิ ทุ่งสมอ ซึ่งเป็น รุ่นแรก ของสงครามที่  เขาค้อ ก่อนแคมป์สน หรือแคมป์ วาย – 5 จะเกิดขึ้นเสียอีก หน้าที่ของจ่าตุ่ม คือ “หน่วยพิสูจน์ทราบ”ซึ่งบางครั้งก็ต้องปะทะกับกับข้าศึกบ้าง แต่ก็รอดมาได้ทุกครั้ง หลังจากที่ ผกค.เข้ามอบตัวเหตุการณ์ก็์กลับคืนสู่ปกติ

จ่าตุ่มต้องย้ายไปประจำที่ อ.แม่สอด เพื่อคุมการก่อสร้างทางเจดีย์โค๊ะอุ้มผาง ภารกิจเสร็จสิ้นก็ได้ถูกย้ายไปประจำที่เขาบูโด เป็นพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด คือจ.ยะลา ปัตตานีและ นราธิวาสสมัยที่มีการจับครูไปเรียกค่าไถ่ของโจร ขจก.

จากนั้นถูกส่งไปป้องกันชายแดน ตำบลน้ำเลียง อำเภอปัว จังหวัดน่านเนื่อง จากประเทศลาวแตก ชาวลาวทะลักเข้ามาในไทยมากและถูกส่งไป อำเภอ บ้านสวน จังหวัด สุโขทัย และเป็นงานเป็นงานเดิมคือปราบโจรฤดูแล้ง เสร็จจากสุโขทัยได้รับคำสั่งส่งไปฝืกพิเศษที่ค่ายประตูผา จังหวัดลำปางฝืกจบหลักสุตร ผู้บังคับบัญชาได้ส่งไปประจำที่ อำเภอ บ้านไร่ จังหวัด อุทัยธานี เพราะคอมมิวนิสต์แพร่ระบาดเข้าไปในอำเภอบ้านไร่ ภารกิจคือ คุมการสร้างทางสายบ้านไร่-แก่นมะกรูด

นั่นเป็นช่วงที่จ่าตุ่มใช้มีดหนักจริงๆ จังๆ ( ประมาณ 2519 )ต่อจากนั้นจ่าตุ่มถูกส่งไปอยู่ที่ตำบลน้ำซึมอำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานีแล้วจ่าตุ่มก็ได้ทำเรื่องขอย้ายไปอยูที่ อำเภอห้วยคต
ด้วยประสบการณ์ป่าและลุงที่มีอาชีพเป็นช่างตีมีด ที่จ.เพชรบุรี เป็นชนวนที่ทำให้ “ลมหายใจแห่งมีด“เกิดขึ้นในเบื้องลึกของ “ศิลปินหลังตะไบ” ในปี 2530 “จ่าตุ่ม” ได้เริ่มทำมีดอย่างจริงจังจนกลายเป็นการทุ่มเททั่งชีวิตและจิตใจให้แก่การทำมีด  จนปี  พ.ศ. 2535 ” จ่าตุ่ม ” ต้องลาออกจากการรับใช้ชาติหน้าที่สุดท้าย คือ หน่วยงานที่ ห้วยคต จังหวัด อุทัยธานีได้ยศ ดาบตำรวจ จนมีเวลาที่เป็๋นของตนเองมากขึ้น เพื่อสร้างมีดที่มีลมหายใจของเขา

มีดเล่มแรก(ปีพ.ศ 2519)

เป็นช่วงที่อยู่ป่าและต้องใช้มีดอย่างจริงจังเพราะมีดที่ทางราชการให้มามัน ไม่สามารถใช้งานในป่าห้วยขาแข้งได้เลยน้ำหนักที่มากเกินไป และ คมมีดที่หนาทำให้ข้อมือ และ หัวไหล่ล้าเจ็บจนจ่าตุ่มต้องจ้างช่างตีเหล็กพื้นบ้านแบบตี  4 รุมโดยนำเหล็กอ่อนมาหุ้มเหล็กแข็งตามแบบที่คิดไว้ และด้ามที่ใส่ก็เป็นเขากวาง ซึ่งเพื่อนชาวกระเหรี่ยงเก็บเขากวางตกอยู่ในป่า เพราะทนกว่าในปีพ.ศ 2529 ช่วงนี้ที่จ่าตุ่มได้รู้จักกับ บ.ก. หนังสือ ชีวิตกลางแจ้ง ในขณะนั้น คือ พี่เธียร ( เธียรชัย    ลาภานันต์) หรือ ( เพี้ยน  พุ่มชะมวง) ขณะที่อยู่มอสามโค้ง และได้ตั้งชื่อ มีด เล่มนี้ว่า จ้าวไพร มาจากนวนิยายอันโด่งดังชื่อเพชรพระอุมา

เหล็กชุดแรก(ปีพ.ศ 2528)

เป็นปีที่ทางราชการมีการรณรงค์ปราบปรามการผลิตปืนเถื่อนใน จ.อุทัยธานี และจังหวัดใกล้เคียงนำโดย พล ต.ต นพเก้า ธัญญสิริ เป็นรองผู้การ  ในขณะนั้น ได้ขอร้องแกมบังคับ ให้เห็นผลร้ายของการทำปืนเถื่อน และ แนะนำให้หันมาทำ เครื่องมือการเกษตร แทนในการนี้ี้จ่าตุ่มเลยต้องมีอันเข้าไปเกี่ยวข้องกับบริษัทเหล็กในเมืองไทยชื่อ สตีลเทค ทางบริษัทได้ส่งเหล็กมาให้ มีรหัส ชื่อว่า F8 จากเยอรมันซึ่งมันดีกว่าที่จะทำเครื่องมือการเกษตรในยุคนั้นหลายเท่าตัว ต่อมา จ่าตุ่มได้รู้จักกับคน ชื่อ จ้ำ และ เห็นฝีมือการทำมีดก็มีความคิดที่จะทำตามฝันของตัวเองทั้ง ๆ ที่ยังรับราชการอยู่ที่ห้วยคตก็ตาม “จ่าตุ่ม” จึงจ้าง จ้ำและ เพื่อนจ้ำอีกคนหนึ่งมาทำการเลื่อยและขัดเหล็กตามแบบที่จ่าตุ่มเขียนไว้ทั้ง มีดพับและมีดพกรวมๆแล้วประมาณ  และลองให้พี่เธียรไปขายเพื่อนๆดู  แต่สรุปแล้วก็ไม่ได้เงิน 25 เล่ม แต่ได้รับคำชมว่า เหล็กเยี่ยม คมดี  ใช้งานทนทาน วันหนึ่งมีคนจากกรุงเทพฯส่งหนังสือเกี่ยวกับมีดมาให ้ หน้าปกเขียนว่า  KNIVES  1987 เป็นหนังสือรวมเล่มปี และมีบทความในหน้า 101 เกี่ยวกับ ” STEEL ” เขียนโดย  เคน วอร์เนอร์ จ่าตุ่มต้องจ้างคนที่หนองฉางแปลให้ ซึ่งอธิบายเกี่ยวกับเหล็กที่ช่างมีดระดับโลกเขาใช้กัน และยอดเหล็กแต่ละชนิดสำหรับทำมีดระดับสากล ซึ่งเหล็กแต่ละชนิดมี ชื่อ รหัส  และส่วนผสมต่างๆเป็นเปอร์เซ็นต์

“แล้วช่างมีดอย่างพวกเราใช้เหล็กอะไรทำมีดเล่าครับ”

เป็นบทสรุปของจ่าตุ่มสิ่งที่น่าสนใจก็คือ เราจะไป ซื้อมีดโดยไม่รู้  ไม่สนเรื่องเหล็กกับคุณสมบัติของมันนั้นก็เป็นเรื่องหนึ่ง  แต่จ่าตุ่มบอกว่า

” พวกคนที่เรียนเรื่องเหล็กมาจริงๆผมพูดไปเขา ก็คงไม่เชื่อหรอกครับผมชอบใจจริงๆที่เขากลับเดินไปดู ยี่ห้อ ใบเลื่อย ยี่ห้อสว่าน ยี่ห้อตะใบกับกระดาษทราย ”
และเล่าต่ออีกว่า

“เราหลอกคนรู้จริงไม่ได้หรอกครับ   เครื่องมือมันยันกันอยู่ ถ้าใช้เหล็กยอดๆของจริงเครื่องมือธรรมดา เอามันไม่ลงหร๊อก” จ่าตุ่มสรุปง่าย ๆ

ปีพ.ศ 2534 คุณสันติธร หุตาคม หรือที่รู้จักในนามคุณ โจ๋ย บางจาก ได้ ทำสารคดีหลายชีวิตซึ่งเป็นเทปแรกของจ่าตุ่มที่เผยแพร่ให้คนทั่วไปได้รู้จัก ก่อนที่จะมาเป็นสารคดี ส่องโลกเป็นสารคดีรางวัลยอดเยี่ยมในตอนที่มีชื่อว่า มีดจ่าตุ่มไม่ธรรมดา ชุดธรรมชาติ 40
ก่อนที่บริษัท สตีลเทคจะปิดตัวลงในปี พ.ศ 2535  จ่าตุ่มได้สั่งเหล็ก D 2 และ 420 J2เข้ามาเพิ่มหลายขนาดและความหนาทำให้มีโอกาสทำอะไรๆได้อีกหลายอย่าง ปัจจุบันเหล็กตัวหลักที่ใช้จะเป็นเหล็ก D 2 ,420J2 ส่วนเหล็กที่ใช้งานเฉพาะเป็นพิเศษเช่น RWL-34 จะใช้เกี่ยวกับงานประเภพแล่ที่ต้องการความคม ATS -34 (154 C M), 440C , 420V (  CPM  s 90 V ) ,  440 V ( CPM s 60 ) , O1 ,  และ DAMASCUS   ซึ่งให้ความสวยงามในด้านลวดลายบนใบมีด  เดือน  มิ.ย ปีพ.ศ  2543 จ่าตุ่มได้เป็นวิทยากรสอนศิลปะการทำมีดให้กับ ร้อย อส.จ.อน.ที่1เป็นรุ่นแรก จำนวน 25 คน ในเดือน พ.ค ปีพ.ศ 2546 ได้สอนศิลปะการทำมีดให้กับวิทยาลัย เทคนิคอุทัยธานี จำนวน 25 คน

เดือน  ก.ย 2546 ทางรายการเกมแก้จนได้เชิญตัวจ่าตุ่มออกรายการเป็น สุดยอดฝีมือช่างทำมีด ซึ่งก่อนหน้านั้นจ่าตุ่มก็ป่วยแต่ก็ยังไม่ทราบสาเหตุแต่ก็ไม่เคยปริปากบ่น จนวันที่ 2 พ.ย 2546จ่าตุ่มบอกว่าแน่นหน้าอกหายใจไม่สะดวกจึงได้นำส่งร.พ อุทัยธานีและได้เสียชีวิตลงในวันที่ 16 พ.ย 2546 ด้วยโรค มะเร็งในปอด